‘ช้างศึก ยู-23’ กับภารกิจฝ่าด่านโหดลุ้นตั๋วโอลิมปิก 2016

ฟุตบอลเอเชียเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี 2016 (2016 AFC U-23 Championship) เป็นการแข่งขันฟุตบอลเอเชียเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ในระหว่างวันที่ 12 – 30 มกราคม พ.ศ. 2559 ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งทีมชนะเลิศ 3 ลำดับแรกของรายการนี้จะได้สิทธิ์ในการแข่งขัน โอลิมปิกฤดูร้อน 2016 ณ ประเทศบราซิล สำหรับ เอเอฟซี ยู-23 แชมป์เปิยนชิพ นั้น จำกัดอายุนักฟุตบอลที่เกิดหลัง (หรือใน) วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1993 (พ.ศ. 2536) เป็นต้นไป

สำหรับ 16 ทีมที่ผ่านเข้ามาห้ำหั่นกันเพื่อแย่งชิง 3 โควต้าไปลุยโอลิมปิก 2016 ประกอบไปด้วย “เจ้าภาพ” กาตาร์, อิรัก, จอร์แดน, ซาอุดิอาระเบีย,ยูเออี, ซีเรีย, ออสเตรเลีย, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, จีน, อิหร่าน, เวียดนาม, เยเมน, อุซเบกิสถาน และ ไทย ซึ่งผลการจับสลากแบ่งกลุ่ม ไทย อยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับ ซาอุดิอาระเบีย, ญี่ปุ่น และเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่หนักพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งผลการจับสลากของทุกกลุ่มมีดังนี้

กลุ่ม เอ
กาตาร์
ซีเรีย
อิหร่าน
จีน

กลุ่ม บี
ซาอุดิอาระเบีย
ญี่ปุ่น
เกาหลีเหนือ
ไทย

กลุ่มซี
อิรัก
เกาหลีใต้
อุซเบกิสถาน
เยเมน

กลุ่มดี
จอร์แดน
ออสเตรเลีย
ยูเออี
เวียดนาม

แชมป์กลุ่มและรองแชมป์กลุ่มจะได้ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ (รอบ 8 ทีมสุดท้าย) จากนั้นก็มาห้ำหั่นกันจนเหลือ 4 ทีม โดยทีมใดที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จะคว้าตั๋วไปโอลิมปิก 2016 ทั้ง 2 ทีม ส่วนอีก 1 ทีม คือผู้ชนะของนัดชิงอันดับที่ 3

วิเคราะห์ทีมชาติไทยกับการที่ต้องอยู่ในกลุ่มสุดหิน

ถือเป็นโอกาสดีที่ทีมชาติไทย ชุดยู-23 ได้อยู่ในกลุ่มบี ซึ่งมีทีมระดับหัวแถวของเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย และเกาหลีเหนือ ซึ่งขุมกำลังของแต่ละชาติในทีมชุดนี้จะต้องก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในอนาคตและจะต้องได้ดวลแข้งกันบ่อยครั้งอย่างแน่นอน ดังนั้นนี่คือบทพิสูจน์ว่าฝีเท้าของทัพช้างศึกจะข้ามผ่านความเป็นเจ้าอาเซียนเพื่อไปอยู่ในระดับเอเชียได้หรือไม่ ต้องยอมรับว่ารอบแบ่งกลุ่มเป็นงานหนักอย่างมากของทีมชาติไทยในการที่จะต้องฝ่าด่านทีมเหล่านี้เพื่อเป็น 1 ใน 2 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป เพราะถ้าผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ รอบต่อๆไปก็ไม่ต้องกลัวทีมไหนแล้ว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนักเตะแล้วว่าจะสามารถทำผลงานได้ดีแค่ไหน เพราะหัวจิตหัวใจของแข้งไทยในตอนนี้ถือว่าเกินร้อย!

นักเตะที่น่าจับตามองของทีมชาติไทย

“เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ รับหน้าที่กัปตันทีมช้างศึก กองกลางร่างเล็กจากสโมสรบีอีซี เทโรศาสน รายนี้ ถูกซิโก้ดึงลงมาช่วยทีมชุดปรีโอลิมปิกในครั้งนี้ พร้อมรับบทเป็นกัปตันทีม และน่าจะสามารถช่วยขับเคลื่อนเกมรุกให้กับทีมได้เป็นอย่างดี จากฝีเท้าและความเร็วอันจัดจ้าน ที่พร้อมจะสร้างสรรค์เกมและหาจังหวะยิงประตู เพื่อพาช้างศึกไปลุยโอลิมปิกที่บราซิล

“เจนรบ สำเภาดี” กองหน้าอีกหนึ่งผลผลิตจากสโมสร บีอีซี เทโรศาสน ถือเป็นอาวุธเด็ดในการถล่มประตูของทีมชาติไทย มีการจบสกอร์ที่เฉียบขาด ทักษะ และความเร็ว น่าจะสร้างความปั่นป่วนให้กับบรรดาแนวรับของคู่แข่งได้ไม่มากก็น้อย น่าติดตามว่าเจ้าตัวจะทำผลงานได้ดีแค่ไหนกับการเป็นส่วนสำคัญในการทำหน้าที่ยิงประตูเพื่อพาช้างศึกไปลุยโอลิมปิก 2016

รายชื่อ 23 นักเตะทีมชาติไทยที่ใช้ในการแข่งขันมีดังนี้
ผู้รักษาประตู : รัตนัย ส่องแสงจันทร์ (เพื่อนตำรวจ), สมพร ยศ (บีอีซี เทโรศาสน), วัชระ บัวทอง (โอสถสภาฯ)
กองหลัง : พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ทริสตอง โด, อดิศร พรหมรักษ์ (บีอีซี เทโรศาสน), สุริยา สิงห์มุ้ย, สุพรรณ ทองสงค์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว (บางกอกกล๊าส เอฟซี)
กองกลาง : ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ (บีอีซี เทโรศาสน), ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร (อาร์มี่ ยูไนเต็ด), เชาว์วัฒน์ วีระชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (ชลบุรี เอฟซี), สหรัฐ กันยะโรจน์ (เชียงราย), ธนาสิทธิ์ ศิริผลา (บางกอกกล๊าส เอฟซี), ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (เพื่อนตำรวจ)
กองหน้า : ชญาวัต ศรีนาวงษ์ (ปตท.ระยอง), ภิญโญ อินพินิจ (เพื่อนตำรวจ), เจนรบ สำเภาดี (บีอีซี เทโรศาสน), ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา (ราชนาวี)

สำหรับโปรแกรมของทีมชาติไทย มีดังนี้

13 มกราคม 2558 ไทย พบ ซาอุดิอาระเบีย เวลา 23.30 น.
16 มกราคม 2558 ไทย พบ ญี่ปุ่น เวลา 20.30 น.
19 มกราคม 2558 ไทย พบ เกาหลีเหนือ เวลา 20.30 น

แม้ว่าภารกิจในการที่จะกลายเป็น 1 ใน 3 ทีม ที่ได้ผ่านเข้าไปลุยศึกโอลิมปิก 2016 จะไม่ใช่เรื่องง่าย แตฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ เชื่อมั่นว่านักเตะทุกคนจะทำหน้าที่กันอย่างสุดความสามารถ ส่วนแฟนบอลชาวไทยก็อย่าลืมติดตามและส่งกำลังใจให้นักเตะทีมชาติไทยกันเยอะๆ แล้วเราอาจจะได้เห็น ทีมชาติไทย ไปโชว์ฝีเท้าในกีฬาโอลิมปิก 2016 และพิสูจน์ให้เห็นว่าทัพช้างศึกจากแดนสยามก็มีฝีเท้าไม่เป็นรองใครเหมือนกัน

ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2559

You May Also Like