ชาวไทยข่า ( บรู )

ชาวไทยข่า

……..เป็นชาวไทยอีกกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร ชาวข่ามีถิ่นกำเนินตั้งเดิมอยู่ในแขวงสุวรรณเขต แขวงสาละวัน และแขวงอัตปือของดินแดนลาวปัจจุบัน ซึ่งเมื่อร้อยปีก่อน (ก่อน พ.ศ. 2436) ดินแดนส่วนนี้เคยเป็นเขตของพระราชอาณาจักรไทย ชาวข่าอพยพมาอยู่ในท้องที่จังหวัดมุกดาหารในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นส่วนมากนักมานุษยวิทยาถือว่า เป็นชนเผ่าดั้งเดิมในแถบมกลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งอาจจะสืบเชื้อสายมาจากขอมโบราณ ซึ่งเคยเป็นดินแดนของอาณาจักเจนละ ต่อมาเป็นอาณาจักร ขอมและอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ซึ่งขอม เคยมีอิทธิพลครอบคลุมขึ้นมาถึงแล้วเสื่อมอำนาจลง

……..พวกข่าอยู่ในตระกูลเดียวกับขอมและมอญเขมร ภาษาของชาวข่าเป็นภาษาในตระกู “ออสโตรอาเซียติค” ในสาขา มอญเขมร ชาวข่ายังแบ่งแยกออกเป็นหลายพวกและหลายเผ่าพันธุ์อีก เช่น ข่าย่าเหิน ข่าบริเวน ข่าสุ ข่าตะโอย ข่าเจ็ง ข่าสอก ข่าสปวน ฯลฯ เป็นต้น ชาวข่ามิได้เรียกตัวเองว่า “ข่า” แต่เรียกตัวเองว่า “บรู” คำว่า “ข่า” จึงเป็น ชื่อที่ชาวอีสานใช้เรียกพวกบรูคำว่าบรูแปลว่าภูเขา คำว่า “ข่า” อาจจะมาจากคำว่าข้าทาสซึ่งชาวอีสานมักเรียกพวกข้าทาสว่า “ขี้ข้อยหรือ ขี้ข่า” เพราะว่าก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวไทยในแถบกลุ่มแม่น้ำโขง นิยม จับพวกบรูหรือพวกข่ามาเป็นข้าทาสรับใช้ ส่วนในประเทศเวียดนามเรียพกพวกบรูหรือข่าว่า พวก “มอย” (Moi) พวกข่าในสมัยโบราณเคยมีประวัติว่า มีศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สูงส่งมาก่อน เช่นมีความรอบรู้ในการประดิษฐ์ของใช้ในการดำรงชีวิต เช่น การปั้นไฟข่า การหล่อโลหะ (กลองโหระทึก) ตลอดทั้งรู้จักนำหินมากร่อน ฟันให้ราบเรียบสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวข่าก่อนเครื่องมือทันตแพทย์สมัยนี้เสียอีก ชาวข่าดั้งเดิม มักมีผิวกายดำคล้ำ ทั้งหญิงและชาย ผู้ชายชอบแต่งกายด้วยการนุ่งผ้าเตี่ยว ตัดผมม้ายาวประบ่า และนิยม ใช้ผ้าแดงผูกคล้องคอหรือโพกศรีษะเป็นเอกลักษณ์ของชาวข่า

……..ตามประวัติมีผู้เล่าว่า เนื่องจากบรรพบุรุรษของชาวข่าเคยใช้ผ้าขาวชุบเลือดจนกลายเป็นสีแดงแนบติดกายไว้ก่อนสิ้นชีวิต ในการต่อสู้แย่งชิงดินแดน ถิ่นที่อยู่กับชาวผู้ไทยในอดีต ในดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ส่วนผู้หญิง นิยมนุ่งผ้าซิ่นยาวถึงข้อเท้าและเปลือยอกท่อนบน ผู้ชายชาวข่าเคยมีประวัติว่าเป็นนักรบที่ห้าวหาญ โดยมีหน้าไม้พร้อมด้วยลูกที่อาบยาพิษ หน่องเป็นอาวุธประจำกาย แม้ในสมัยที่ดินแดนลาวยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสอยู่ ทหารของฝรั่งเศสบางหน่วย ก็ยังนิยมใช้หน้าไม้เป็นอาวุธประจำกายอยู่
……..ในปัจจุบัน แขวงสุวรรณเขต แขวงสาละวัน และแขวงอัตปือ ของลาว ก็ยังมีชาวข่ารับราชการในตำแหน่งสูงๆ อยู่ไม่น้อย ในท้องที่จังหวัดมุกดาหารมีชาวไทยเชื้อสายข่า อยู่ที่ตำบลบ้านโคก ที่หมู่บ้านพังคอง ในตำบลคำป่าหลาย ที่หมู่บ้านนาเสือหลาย ในท้องที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ในท้องที่อำเภอดอนตาลมีชาวไทยเชื้อสสายข่าอยู่ที่ตำบลบ้านบาก ในท้องที่อำเภอดงหลวงมีชาวไทยเชื้อสายข่าอยู่ที่ตำบลกกตูม ในหมู่บ้านส่านแว้ บ้านคำผักกูด บ้านโคกกุง บ้านปากช่อง บ้านหินกอง ซึ่งอยุ่ในเขตภูพานต่อเขตกับจังหวัดสกลนครและจังหวัดกาฬสินธุ์ ในสมัยโบราณมีหมู่บ้านชาวข่าในเขตเมืองมุกดาหารบนเทือกเขาภูพานว่า “บ้านคำผักแพว แปวป่องฟ้า พาเซโต โซไม่แก่น แท่นหินลับ ซับห้วยแข้ แง้ห้อยมะบาน ด่านสามหัว ขัวน้ำบ่อบุ้น ยางสามต้นอันสาขุย…”

……..ปัจจุบันนิคมสร้างตนเองของกรมประชาสงเคราะห์ที่อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ได้อพยพชาวไทยข่า (บรู) จากเขตภูพานซึ่งเป็นรอยต่อสี่จัวหวัดคือ กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร รวม 171 ครอบครัว ไปอยู่ที่หมู่บ้านร่มเกล้าของนิคมสร้างตนเองคำสร้อย โดยได้รับความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 และได้จัดสรรที่ดินให้ทำกินและปลูกบ้านเรือนให้เป็นหมู่บ้านชาวไทยข่า ตลอดทั้งได้ช่วยเหลือให้ราษฎรเหล่านี้สามารถเลี้ยงตัวเองได้และกำลังพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านเท่าเทียมกับหมู่บ้านอื่น

จารีตประเพณีของชาวข่า
……..การสู่ขอในการแต่งงานฝ่ายชายต้องมีล่าม 4 คน (ชาย 2 หญิง 2) เทียน 4 เล่ม และเงินหนัก 5 บาท การแต่งงานต้องมีเหล้าอุ (เหล้าไห) 2 ไห ไก่ 2 ตัว ไข่ 8 ฟอง เงินหนัก 2 บาท หมู 1 ตัว และกำไลเงิน 1 คู่
……..การกระทำผิดจารีตประเพณี (ผิดผี) เช่นห้ามลูกสะใภ้เข้าห้องนอนก่อนผัว ห้ามลูกสะใภ้รับของจากพ่อผัว ห้ามลูกเขยเข้าออกภายในห้องจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่งหรือลูกเขยต้องใช้เงิน 5 บาท หมู 1 ตัว ดอกไม้ธูปเทียน 2 คู่ บุหรี่พื้นบ้านมวนด้วยใบตอง 2 มวน หมากพลู 2 คำ นำไปคาระวะต่อผีของบรรพบุรุษที่มุมบ้านด้วยตวันออกหรือที่เตาไฟ หากเป็นลูกสะใภ้ก็ต้องใช้ผ้าข้าวม้า 1 ผืน ผ้าซิ่น 1 ผืน ดอกไม้ธูปเทียน 2 คู่ หมากพลู 2 คำบุหรี่ใบตอง 2 มวน ไปคาระวะเพื่อขอขมาต่อผี (วิญญาณ) ของบรรพบุรุษเช่นเดียวกัน
ภาษาของไทยข่า (บรู)
มวย – หนึ่ง บราน – สอง
ไปรน์ – สาม โปน – สี่
เซิง – ห้า ตะเพ็ด – หก
ตะปรูล – เจ็ด ตะกลอ – แปด
ตะเก๊ะ – เก้า มันจิต – สิบ
ตะรัม – ตอนเช้า สิไงย – กลางวัน
สิเดา – กลางคืน งอยเดอะ – ดื่มน้ำ
จาอาว๊ะ – กินข้าว ยกฮืด – สูบบุหรี่
ระกอง – ผู้ชาย ระปัย – ผู้หญิง

……………………………..

ข้อมูลจาก nipapon.wordpress.com , พิพิธภัณฑ์หอแก้วมุกดาหาร
The Most Popular Traffic Exchange

You May Also Like

ใส่ความเห็น