ชาวไทยแสก

ชาวไทยแสก
……..แสก คือ คนไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งมีถิ่นกำเนินดั้งเดิมอยู่ที่เมืองแสก เมืองแสกปัจจุบันเป็นเมืองร้างอยู่บริเวณบ้านหนาด บ้านตองในแขวงคำม่วน ของดินแดนลาวและห่างจากชายแดนเวียตนามประมาณ 20 กิโลเมตร (จากเอกสาร ร.5 ม.2 12 ก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ) เมืองแสกเคยอยู่ในเขตราชอาณาจักรไทยก่อน ร.ศ. 112 (พ.ศ.2436) ภาษาแสกเป็นภาษาไทยลาวปนภาษาญวน เพราะอยู่ใกล้ชิดติดกับแดนญวนและมีขนบธรรมเนียมของญวนติดมาอยู่ด้วย เช่น พิธีตรุษแสกหรือตรุษญวน (กินเตดหรือกินเตนเคน) ในวันขึ้น 1 ค่ำของเดือน 3 ของทุกปี เพื่อบวงสรวงดวงวิญญาณของเจ้าองค์มู (องค์มูเป็นชื่อภาษาญวน) ซึ่งชาวแสกถือว่าเป็นบรรพบุรุษ ที่ช่วยคุ้มครองรักษาชาวแสกให้ปราศจากภยันตราย ทั้งปวงชาวแสก เคยมีประวัติว่าเป็นนักรบที่ห้าวหาญ

……..ในสมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) แม่ทัพไทยจึงได้แต่งตั้งให้ “ฆานบุดดี” หัวหน้าชาวแสกจากเมืองแสกเป็นหัวหน้ากองเรียกว่า “กองอาฑมาต” เป็นกองลาดตระเวนรักษาชายแดน ปลายพระราชอาณาจักรเขตต่อแดนญวน ต่อมาได้อพยพชาวแสกส่วนใหญ่ ให้มาตั้งอยู่ในเขตเมืองนครพนม และได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ฆานบุดดีหัวหน้าชาวแสก เป็น “หลวงเอกอาษา”เจ้าเมืองอาฑาตคนแรก ขึ้นกับเมืองนครพนมเมื่อ พ.ศ. 2387 ในสมัยรัชกาลที่ 3 (จากเอกสาร ร.3 จ.ศ.1206 หอสมุดแห่งชาติ) ต่อมาเมืองอาฑมาต ได้ยุบเป็นตำบลอาจสามารถขึ้นอำเภอเมืองนครพนม เมื่อ พ.ศ. 2450 ในสมัยรัชกาลที่ 5

……..ไทยแสกมีอยู่ในท้องที่จังหวัดนครพนม และจังหวัดมุกดาหาร ผู้หญิงแสกนิยมการแต่งกายที่แปลกกว่าชาวอีสานทั่วไป คือ การนุ่งผ้าซิ่นสองชั้นปล่อยให้ชายผ้าซิ่นข้างในแลบยาวออกมาเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวแสกคือ “แสกเต้นสาก” หรือ รำกระทบไม้แม้ในปัจจุบันก็ยังนิยมเล่นอยู่ในเทศกาลเดือน 3 (ตรุษแสก) ของทุกปี สมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าถึงการเล่นแสกเต้นสากของชาวแสกเมืองอาฑมาต (ต.อาจสามารถ จ.นครพนม) ไว้ในหนังสือโบราณคดี ในคราวเสด็จ
ตรวจราชการมณฑลอุดร เมื่อ พ.ศ. 2449 ว่า “…เขาพาพวกผู้หญิงแสกมาเล่นให้ฉันดูอย่างหนึ่ง เรียกว่าแสกเต้นสาก มีผู้หญิง 10 คู่ นั่งหันหน้าหากันเรียงเป็นแถว แต่ละคนถือปลายไม้พลองมือละอันทั้งสองข้าง วางไม้พลองบนไม้ขอนที่ทอดไว้ ตรงหน้าสองท่อน มีทางอยู่ตรงกลาง เวลาเล่น 10 คู่นั้นขับร้องแล้วเอาไม้พลองที่ถือ ลงกระทบไม้ของพร้อมๆ กันเป็นจังหวะ จัวหวะหนึ่ง จังหวะสอง ถือไม้พลองให้ห้างกัน ถึง จังหวะสามรวบไม้พลองเข้าชิดกัน มีหญิงสาว 4 คนผลัดกันเต้นทีละคู่ เต้นตามจังหวะไปในระหว่างช่องไม้พลองที่คนถือนั้น 10 คู่ต้องระวังเมื่อถึงจังหวะสามอย่าให้ถูกไม้พลองหนีบข้าตีน กระบวนเล่นมีเท่านี้…”

.ภาษาแสกคำแตกต่างไปจากภาษาชาวอีสานทั่งไป เช่น
แหร่นจือ – เห็นใจ อึงจื้อ – ดีใจ
อุ้ยจื๋อ – กลุ้มใจ ฮุ้นจ๊ก – คนดี
จู้ – น้ำนม ดังแง้น – กลางวัน
ดันกึ๊น – กลางคืน หอก – สามี
เหล่าก๊าว – เหม็นสาบ หอกพา – สามีภรรยา
ห่อยผลั่ม – หวีผม เกดทุ่ง – ปวดท้อง
เกดเทรา – ปวดหัว เค้า – สะพาน
โคกโร้ย – ภูเขา สู่ – วิ่ง
ลุ้ย – ลาก หล่อน – อร่อย

………………………..

ข้อมูลจาก  nipapon.wordpress.com , พิพิธภัณฑ์หอแก้วมุกดาหาร
The Most Popular Traffic Exchange

You May Also Like

ใส่ความเห็น