ลำผญา

ลำผญา อ่านว่า ลำผะหยา คือการแสดงพื้นบ้าน เป็นท่วงทำนองเพลงที่มีความไพเราะ เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นการนำเอาสร้อยคำมาร้อยเรียงเป็นทำนองให้เกิดความไพเราะในเนื้อหา เน้นการเกี้ยวพาราสี คติพจน์ คำพังเพยสอนใจ ขนบธรรมเนียมประเพณี รวมไปถึงเศรษฐกิจการเมือง เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย เป็นการประยุกต์ผสมผสานตามแบบภูมิปัญญาไทย อย่างลงตัว

ลำผญา เป็นการร้องเพลงพื้นบ้านของชาวมุกดาหาร และชาวอีสานประเภทหนึ่ง เป็นการร้องลำเกี้ยวกัน ระหว่างชายหญิง โดยมีการจ่ายผญา เว้าผญา พูดผญา และการแก้ผญา ผู้ถามส่วนใหญ่เป็น หมอลำฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายตอบ มีเครื่อง ดนตรีประกอบการลำ คือ แคน พิณ กลอง โหวด และฉิ่ง

ในสมัยก่อนการลำผญาเป็นเพียงการจ่าย ผญาเกี้ยวของหนุ่มสาวในโอกาสงานบุญ งานประเพณี ตามหมู่บ้าน เช่น งานแต่งงาน งานศพ ประเพณีลงข่วง (ประเพณีจีบสาวที่ลานบ้านในตอนกลางคืน) ลงแขก (ทำงานร่วมกัน) ต่อมาการลำผญาได้พัฒนารูปแบบเป็นการ แสดงที่มีขั้นตอนซับซ้อนขึ้น และใช้แสดงในหลายโอกาส ทำให้ผู้ฟังลำผญาได้ทั้งความรู้ ความคิด สติปัญญา และ ความสนุกเพลิดเพลิน ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้เกิดความรักด้วย จึงทำให้หนุ่มสาวในสมัยก่อน นิยมพูดผญากันมาก เพราะ การพูดโต้ตอบเชิงปัญญา ทำให้แต่ละฝ่ายเฟ้นหาคำตอบ เพื่อเอาชนะกัน จึงก่อให้เกิดความซาบซึ้ง และสามารถ ผูกมัดจิตใจของหนุ่มสาวได้

การลำและจ่ายผญา ในสมัยโบราณนิยมนั่งกับพื้น หมอลำหรือหมอผญาและหมอแคน นั่งล้อมเป็นวง ส่วน ผู้ฟังอื่นๆ ก็นั่งเป็นวงล้อมรอบ บางครั้งก็ลุกขึ้นฟ้อน แต่ผู้จ่ายผญาจะไม่มีการฟ้อน ในบางครั้งทำงานไปด้วย แก้ผญาไปด้วย บางครั้งก็มีหมอ สอย คอยสอดแทรก (สอย คือสำนวนที่ชาวอีสานนิยมพูดเสริมหรือสอดแทรก ขัดจังหวะหมอลำ เป็นบทร้อยกรองปากเปล่าว่าสั้นๆ ส่วนมากมีถ้อยคำออกไปในทางหยาบโลน เป็นการหยอก ล้อทั้งหมอลำและผู้ฟัง เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน ผู้สอยเก่งๆ เรียกว่า “หมอสอย”) ทำให้ผู้ฟังได้รับความ สนุกสนาน ต่อมามีการพัฒนาจากการนั่งเปลี่ยนเป็นยืนลำ ทำให้มีการฟ้อนประกอบไปด้วย จากดนตรีประกอบ ที่มีเพียงแคน เป็นเครื่องทำทำนอง ก็ได้นำเอากลอง ฉิ่ง ฉาบ และดนตรีอื่นๆ เข้ามาประกอบ จากผู้แสดงเพียง 2 คนก็ค่อยๆ เพิ่มเป็น 3-5 คน จนมารวมกันเป็นคณะ เรียกว่า คณะหมอลำผญา…

.

…………………..

ข้อมูลและภาพจาก ich.culture.go.th

…….

The Most Popular Traffic Exchange

You May Also Like

ใส่ความเห็น