วัดป่าวิเวกวัฒนาราม

วัดป่าวิเวกวัฒนาราม  หรือ วัดหลวงปู่จาม สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต เป็นวัดที่ร่มรื่นด้วยป่าเบญจพรรณ ผู้มาบุกเบิกครั้งแรกคือ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ในปี พ.ศ.2498 ลักษณะเด่นของวัดคือ เจดีย์บู่ทองกิตติ ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมมสารีริธาตุ และพระธาตุของพระสาวก โดยมีการจัดพิธีสรงน้ำที่ยิ่งใหญ่ในวันมาฆบูชา และวันวิสาขบูชาของทุกปี

เจดีย์บู่ทองกิตติ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2527 แล้วเสร็จในปี 2530 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุของพระสาวกหลายองค์ อีกทั้งยังเป็นที่เก็บพระพุทธรูปและวัตถุโบราณอีกหลายอย่าง เหตุที่ชื่อ เจดีย์บู่ทองกิตติ เพื่อไว้เกียรติอนุสรณ์แก่คุณยายบู่ทอง กิตติบุตร คหบดีเมืองเชียงใหม่ ผู้เป็นศัทธาใหญ่ในการก่อสร้าง และคุณยายท่านนี้ทั้งบุตรหลาน ได้คอยอุปัฎฐากอุปถัมภ์ หลวงปู่จาม เมื่อครั้งอยู่เมืองเหนือโดยตลอด

lpj06
เจดีย์บู่ทองกิตติ

วัดป่าวิเวกวัฒนาราม เดิมอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ชื่อ วัดหนองน่อง โดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังมากมายเคยมาอยู่จำพรรษา อาทิ

ปี พ.ศ. 2459 หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล พร้อมหมู่สงฆ์ อยู่จำพรรษา

ปี พ.ศ. 2465 หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พร้อมหมู่สงฆ์ อยู่จำพรรษา

ปี พ.ศ. 2468 หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พร้อมหมู่สงฆ์ อยู่จำพรรษา รอบที่ 2

ปี พ.ศ. 2471 พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พร้อมหมู่สงฆ์ อยู่จำพรรษา

ปี พ.ศ. 2478 พระอาจารย์บัญชี ได้ย้ายมาอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน(สถานที่ปัจจุบัน) พร้อมหมู่สงฆ์ อยู่จำพรรษา

ปี พ.ศ. 2495 พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน  พร้อมหมู่สงฆ์ อยู่จำพรรษา จนลุขึ้นปี พ.ศ. 2498 ได้ตั้งชื่อวัดใหม่จาก วัดหนองน่อง เป็น วัดป่าวิเวกวัฒนาราม

ปี พ.ศ. 2499 พระอาจารย์สม โกกนุทโท พร้อมหมู่สงฆ์ อยู่จำพรรษา

ปี พ.ศ. 2500 พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร พร้อมหมู่สงฆ์ อยู่จำพรรษา

ปี พ.ศ. 2501 พระอาจารย์ศรี มหาวีโร พร้อมหมู่สงฆ์ อยู่จำพรรษา

ปี พ.ศ. 2512 หลวงปูจาม มหาปุญโญ พร้อมหมู่สงฆ์ อยู่จำพรรษา ถึงปี พ.ศ. 2556 (ละสังขาร)

ปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2558) พระธรรมธโร ครูบาแจ๋ว รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกวัฒนาราม

โดยในช่วงที่ หลวงปู่จาม มหาปุญโญ อยู่จำพรรษา (พ.ศ. 2512 -พ.ศ.2556) วัดป่าวิเวกวัฒนาราม หลวงปู่จามเป็นที่รู้จักและเคารพศัทธาจาก พุทธศาสนิกชน ทั้งใกล้และไกล จนชาวบ้านต่างเรียกชื่อ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม เป็น วัดหลวงปู่จาม

lpj01
หลวงปู่จาม มหาปุญโญ

ประวัติหลวงปู่จาม  มหาปุญโญ
หลวงปู่จาม    มหาปุญโญ    เกิดวันพฤหัสบดีที่  19  พฤษภาคม  พ.ศ. 2453  เป็นบุตรของนายกา  ผิวขำ  กับ นางมะแง้  ผิวขำ  ที่บ้านห้วยทราย  อำเภอคำชะอี  จังหวัดมุกดาหาร  ปัจจุบันหลวงปู่จาม ละสังขารไปแล้ว เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ม.ค. 2556 ด้วยอายุ 104 ปี หรือ 75 พรรษา ขณะนำส่ง รพ.มุกดาหาร

ชีวิตการอุปสมบท
เมื่ออายุ  7 ปี  ได้บวชเรียนที่วัดหนองแวง บ้านห้วยทราย  อำเภอคำชะอี    จังหวัดมุกดาหาร    ต่อมาได้ติดตามหลวงปู่มั่น    ภูริทตฺโต    เพื่อศึกษาพระวิปัสสนากรรมฐาน   ออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่าง ๆ  ทั้งในภาคอีสานและภาคเหนือเป็นเวลา  15  ปี   และได้ลาสิกขาออกมาอยู่กับบิดามารดา    เนื่องด้วยสุขภาพไม่ดี

ครั้นอายุ   29  ปี  (พ.ศ. 2482)  จึงได้บวชอีกครั้งหนึ่งและได้ธุดงค์ไปภาคเหนือ  จำพรรษาอยู่วัดเจดีย์หลวง    32  พรรษา     จากนั้น  ได้ไปปฏิบัติธรรม กับ หลวงปู่แหวน  สุจิณโณ  วัดดอยแม่ปั๋ง   อำเภอพร้าว   จังหวัดเชียงใหม่    ในปี พ.ศ. 2521  จึงกลับมาปักกรด จำพรรษาที่วัดป่าวิเวกวัฒนาราม    สร้างวัดป่าวิเวกวัฒนาราม  ให้เป็นที่พำนักนั่งวิปัสสนากรรมฐาน

ผลงานที่เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
หลวงปู่จาม  มหาปุญโญ   ท่านเป็นพระที่อารมณ์ดี   มีเมตตาสูง   ปฏิบัติตามกฎระเบียบ  วินัยพระ อย่างเคร่งครัด    แม้ว่าสุขภาพไม่ดี ท่านก็ยังออกบิณฑบาต ทุกเช้า ไม่เบื่อหน่ายในความเพียร   จึงทำให้มีศิษยานุศิษย์ ทั่วประเทศ พุทธศาสนิกชน   หลั่งไหลมาฟังพระเทศนา  ของหลวงปู่จามอยู่มิได้ขาด   วันหนึ่ง ๆ   มีญาติโยมมาเป็นจำนวนมากแต่หลวงปู่จาม  ก็ไม่เคยบ่นมีแต่ความพึงพอใจ  ที่ได้เทศนาสั่งสอน  ด้วยใบหน้ายิ้มละไมอยู่เป็นนิจ   ครั้งหนึ่ง  ท่านเคยกล่าวว่า   “  คนเรา เมื่อประพฤติปฏิบัติให้อยู่ในกรอบแห่งศีลธรรม  อยู่ในความไม่ประมาท  หมั่นบำเพ็ญบุญ  สวดมนต์ไหว้พระทุกวัน แล้วก็ไม่ต้องวิ่งไปหาพระที่ไหนชีวิตก็เป็นสุข ”  ซึ่งหลวงปู่ ได้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด แก่พุทธศาสนิกชน ทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ   ดังนี้

1.  เทศนาสั่งสอน ญาติโยมที่มานมัสการหลวงปู่ ทุกวันพระ  และวันสำคัญจะมีประชาชนมาเป็นจำนวน  1๐๐ – 2๐๐  คนขึ้นไป
2.  หลักธรรม คำสั่งสอนของหลวงปู่ ได้มีคนบันทึกเทปไว้เป็นจำนวนมาก
3.  หลวงปู่จาม มีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ธรรมชาติให้เป็นที่นั่งวิปัสสนา ได้อย่างกลมกลืนร่มรื่น ปราศจากสิ่งรบกวน
4.  สร้างพระเจดีย์ทรงจุฬามณีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
5.  สร้างกุฏิเสาเดียว  จำนวน  11  หลัง
6.  สร้างศาลาการเปรียญ และหอฉันสำหรับไว้เทศนาญาติโยมในวันสำคัญต่าง ๆ

คุณความดี  ผลงานของท่านล้วนเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง  สรรเสริญ  ที่บุคคลทั่วไปควรยึดไว้เป็นที่พึ่งและเป็นตัวอย่างที่เราควรจะจารึกไว้ให้ แก่ประชาชนทั่วไป  ได้เลื่อมใสศรัทธา  ปฏิบัติตามธรรมคำสั่งสอนของท่านสืบไป

lpj07
ที่บรรจุอัฐิธาตุ หลวงปู่จาม
lpj05
เจดีย์บู่ทองกิตติ
lpj03
เจย์ดี โบถ์
lpj04
สถานที่ประชุมเพลิงสังขารหลวงปู่จาม
ชมวิดีโอรีวิววัดป่าวิเวกวัฒนาราม >>>

เมื่อมาชมวัดป่าวิเวกวัฒนาราม  ก็อย่าลืมแวะสักการะ เจดีย์ฯคุณแม่ชีแก้ว ด้วยครับ >>>

………………………………………..

ที่มา: หนังสือ ๑๐๔ ธรรมวิพากษ์, หนังสือจังหวัดมุกดาหาร

You May Also Like

ใส่ความเห็น