โฆษก ตร.นำทีมแถลงข่าว แพร่’คำพิพากษา’ คดี2พม่า ศาลให้ตรวจสอบ

โฆษก ตร.นำทีมแถลงข่าวกรณีศาล จังหวัดเกาะสมุย สั่งลงโทษประหาร 2 จำเลยชาวพม่า ก่อคดีฆ่าและรุมโทรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า ยืนยันตำรวจทำคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย โปร่งใส บริสุทธิ์ และยุติธรรม ด้านโฆษกศาลยุติธรรม เผยศาลเตรียมจัดทำสรุปคำพิพากษาทั้งภาษาไทยและอังกฤษเผยแพร่ เพื่อให้ตรวจสอบรายละเอียดได้ ขณะที่ ผบ.ทหารสูงสุดเมียนมา ขอให้ทางการไทยทบทวนหลักฐานใหม่ เพื่อป้องกันผู้บริสุทธิ์ถูกลงโทษ ส่วนมหาวิทยาลัยเอสเซกซ์ของอังกฤษ ที่เหยื่อสาวกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ก่อนมาจบชีวิต เตรียมจัดตั้งรางวัล “ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์” มอบให้แก่นักศึกษาแพทย์ที่มีผลงานดีเยี่ยม เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้แก่ผู้ตาย และจะมอบรางวัลให้แก่ผู้ตายเป็นรายแรก

หลังจากชาวเมียนมาก่อหวอดประท้วงหน้าสถานทูตไทยในเมียนมา และอีกหลายจุดเนื่องจากไม่พอใจคำพิพากษาศาลจังหวัดเกาะสมุย สั่งลงโทษประหารชีวิตนายซอลิน หรือโซเรน และนายเวฟิว หรือวิน 2 จำเลยชาวเมียนมา ร่วมกันฆ่าและรุมโทรม น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ และนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่หาดทรายรี หมู่ 2 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนสลายตัวไปโดยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ธ.ค. ที่ห้องประชุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร.ในฐานะโฆษก ตร.เปิดแถลงข่าวกรณีศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษาประหารชีวิตนายซอลิน และนายเวฟิว 2 จำเลยชาวเมียนมา มี พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผบก.ตท. พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กองพิสูจน์หลักฐานกลาง พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.4 บก.ป. และ พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน ร่วมแถลงข่าว

พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าวว่า คดีดังกล่าวผ่านขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและเสนอสำนวนไปยังพนักงานอัยการ ก่อนศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิตผู้ต้องหา แต่ยังมีคนเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องการสอบสวนไม่โปร่งใส ขอยืนยันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวนทำด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ตามขั้นตอนของกฎหมาย ขอให้มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้รื้อคดีทำไม่ได้เพราะคดีสิ้นสุดที่ศาล ส่วนจะมีการยื่นอุทธรณ์ทำได้ภายใน 30 วัน ส่วนตัวไม่มีความกังวลต่อเรื่องนี้เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ขอให้ประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือในการสร้างความวุ่นวาย

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร.กล่าวว่า คดีลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อย ที่ผ่านมามีกว่า 120 คดี ช่วงไตรมาสที่ผ่านมามีการก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้กว่า 26 ครั้ง การออกมาเรียกร้องให้รื้อคดีและไม่พอใจคำตัดสินของศาล ไม่ทราบว่ามีจุดประสงค์อะไร จะให้ตรวจสอบว่าการออกมาเรียกร้องดังกล่าวมีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ขอยืนยันในการสืบสวนสวบสวนเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กระทบความสัมพันธ์ไทย-เมียนมา

พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน กล่าวว่า นอกจากดีเอ็นเอของ 2 ผู้ต้องหาที่ตรงกับผู้ตายซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ ยังมีพยานบุคคลหลักฐานอื่นๆ ที่รวบรวมอย่างละเอียด ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการพิจารณา และได้ให้มีการสอบและส่งสำนวนเพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง ยืนยันการทำงานของเจ้าหน้าที่ละเอียด รอบคอบ ส่วนกระแสข่าวว่ามีการซ้อมทรมานผู้ต้องหา ก็ไม่เป็นความจริง มีการตรวจร่างกายจากแพทย์ สามารถยืนยันได้ การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องล่ามแปลภาษาพม่า ที่มีกระแสข่าวว่าใช้ล่ามซึ่งเป็นคู่กรณีของผู้ต้องหามาก่อนนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง กระแสข่าวต่างๆนานาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนบางส่วนที่มีข้อสงสัยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ในการพิพากษาคดีของศาลจังหวัดเกาะสมุย เป็นศาลชั้นต้นนั้น ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีตามพยานหลักฐานในสำนวน หลังมีคำตัดสินแล้ว ศาลยุติธรรมได้จัดทำสรุปคำพิพากษาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเผยแพร่สู่สาธารณชน เพื่อให้ตรวจสอบได้ และยังสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้จากคำพิพากษาฉบับเต็มด้วยว่าการ พิจารณาศาลได้วินิจฉัยประเด็นใดบ้าง

นายสืบพงษ์กล่าวอีกว่า ในชั้นพิจารณาจำเลย มีทนายความดูแลคดีตามกฎหมายและศาลชั้นต้นได้พิจารณาพยานหลักฐานตามสำนวนครบถ้วน ขณะที่คำพิพากษาคดียังไม่สิ้นสุดเพียงแค่ศาลชั้นต้นนี้ เพราะตามกฎหมายจำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์คดีได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อคดีถึงที่สุดในชั้นฎีกาตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว จำเลยอาจยื่นขออภัยโทษต่อไป สามารถยื่นได้ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา

นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวว่า ทางสภาทนายความได้ตกลงรับให้ความช่วยเหลือตามคำขอของเอกอัครราชทูตเมียนมา ขณะนี้คดียังไม่สิ้นสุด ขอให้พี่น้องชาวเมียนมามั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยทนายความอาสาจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดในการอุทธรณ์คดี โดยคณะทำงานได้นัดญาติๆของจำเลย และท่านทูตเมียนมามาพูดคุยในวันที่ 30 ธ.ค.นี้ เพื่อชี้แจงรายละเอียดในการยื่นอุทธรณ์

วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่ความคืบหน้ากรณีชาวเมียนมาชุมนุมหน้าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ได้ติดตามสถานการณ์และประสานงานกับทางการเมียนมาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าการชุมนุมจะเป็นไปด้วยความสงบ แต่ทางการเมียนมาได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับสถานเอกอัครราชทูตไทย และชาวไทยในเมียนมา นอกจากนี้ ทางการได้ยืนยันถึงความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย และยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-เมียนมาที่อยู่ในระดับดียิ่ง และมีความใกล้ชิดกันมายาวนาน

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีการปลุกปั่นยุยงชาวเมียนมาให้มาชุมนุมนั้น ทางสถานเอกอัครราชทูตได้ยืนยันว่า ไม่มีการดำเนินการดังกล่าว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเมียนมา และจะทำหน้าที่ประสานเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างสองฝ่าย ตลอดจนให้ความช่วยเหลือต่อทางการเมียนมาในการดำเนินการภายใต้ กรอบกระบวนการยุติธรรมของไทย ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลต่อไป

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีชาวเมียนมาชุมนุมประท้วง ว่า ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงทำความเข้าใจผ่านทางสถานทูตไทยประจำประเทศเมียนมา พร้อมประสานไปยัง รมว.ต่างประเทศของเมียนมา ให้ช่วยชี้แจงกับประชาชนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ยังมีขั้นตอนอุทธรณ์อีก และขอให้ช่วยดูแลอย่าให้เรื่องบานปลาย เนื่องจากไม่เป็นประโยชน์กับใคร เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศมีปัญหากัน แต่เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม มั่นใจว่าจะไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ล่าสุดช่วงค่ำวันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง ออกประกาศปิดให้บริการแผนกกงสุล ระหว่างวันที่ 28-30 ธ.ค. สืบเนื่องจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตฯ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางเข้าออกสถานทูตฯ หากผู้ใดมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะติดต่อแผนกกงสุล โดยเฉพาะกรณีที่ต้องเดินทางไปรักษาพยาบาลที่ประเทศไทยในช่วงนี้ สามารถติดต่อกงสุลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-9509-0926 ส่วนผู้ที่นัดรับเล่มหนังสือ เดินทางที่ได้รับการตรวจลงตราแล้ว สถานเอกอัครราชทูตจะติดต่อเพื่อแจ้งเวลาและสถานที่ในการรับเล่มต่อไป

กรณีชาวเมียนมาที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินคดีไปถือป้ายประท้วงที่หน้าด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และได้สลายตัวไป ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ แรงงานชาวเมียนมาได้กลับเข้าทำงานตามโรงงานต่างๆตามปกติ รวมทั้งนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยมาท่องเที่ยวและซื้อของที่ระลึกตามร้านค้าต่างๆกันคึกคัก

ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก ยังคงเปิดตามปกติ ไม่มีการประท้วงหรือปิดด่านชายแดน มีชาวเมียนมาที่ไปขายแรงงานใน กทม.และใกล้เคียง เริ่มทยอยเดินทางกลับมาเยี่ยมญาติและร่วมฉลองปีใหม่ โดยมาต่อแถวรอประทับตราหนังสือเดินทางข้ามไปยัง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ทำให้บริเวณหน้าด่านชายแดนการจราจรคับคั่ง

ที่ จ.ระนอง นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผวจ.ระนอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล รอง ผบช.สตม.ลงพื้นที่ตรวจจุดผ่านแดนไทย-เมียนมา ระหว่าง จ.ระนอง กับ จ.เกาะสอง ทั้ง 4 จุด คือจุดตรวจสะพานปลาระนอง จุดตรวจปากน้ำระนอง จุดตรวจท่าเรือแกรนด์อันดามัน และจุดตรวจประภาคารกาญจนาภิเษก พบมีการเข้าออกของประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวที่เกาะสองเป็นปกติ ไม่มีเหตุการณ์หรือสิ่งบอกเหตุใดๆ บ่งชี้ว่าจะเกิดความรุนแรง

วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์โกลบอล นิว ไลท์ ออฟ เมียนมา รายงานว่า พล.อ.มินห์ อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพเมียนมา ได้ส่งสารอวยพรปีใหม่ถึงผู้นำระดับสูงของไทย แต่ระบุว่า รู้สึกกังวลต่อคำตัดสิน 2 ผู้ต้องหาชาวเมียนมา ขอให้ทางการไทยทบทวนหลักฐานใหม่ ตนให้ความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย แต่เราควรหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้ว่า ผู้บริสุทธิ์อาจถูกลงโทษอย่างผิดๆ

ส่วนมหาวิทยาลัยเอสเซกซ์ของอังกฤษ สถาบันการศึกษาที่ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ ผู้เสียชีวิต อยู่ระหว่างศึกษาต่อในระดับชั้นปริญญาโทด้านการเยียวยาผู้ป่วยที่มีปัญหาการใช้ภาษาและการพูดนั้น ออกแถลงการณ์ว่าเพื่อเป็นการไว้อาลัยต่อการจากไปของ น.ส.ฮานนาห์ ทางมหาวิทยาลัยมีแผนการที่จะจัดตั้งรางวัล “ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์” มอบให้แก่นักศึกษาแพทย์ที่มีผลงานดีเยี่ยม โดยรางวัลดังกล่าวจะมอบให้แก่ น.ส.ฮานนาห์ เป็นคนแรก ขณะที่ครอบครัวของ น.ส.ฮานนาห์ ระบุว่าหากลูกสาวไม่จากไปก่อนวัยอันควร คงจะศึกษาจบปริญญาโทแล้ว และประกอบอาชีพที่มีเกียรติ ช่วยเหลือผู้อื่นให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ธ.ค. 2558

You May Also Like